ผู้เขียน หัวข้อ: โทรศัพท์มือถือกับการเชื่อมโลกด้วยเทคโนโลยี VoIP และก็ IMS  (Read 9 times)

bmKamBungX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 276
    • ดูรายละเอียด
ในระยะเวลา 2-5 ปีที่กำลังเดินทางมาถึงนี้ ถือได้ว่าจุดแปลงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สำคัญยิ่ง ดังนี้เนื่องมาจากระบบโทรศัพท์มือถือแล้วก็โครงข่ายอินเทอร์เน็ตมีการหลอมรวมกัน (Convergence) อย่างชัดเจนเจนขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการคาดคะเนว่า ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะเติบโตพร้อมกันไปกับการใช้บริการ Content บนอินเทอร์เน็ต โดยยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีของ Web3.0 รวมทั้งการกระทำการใช้แรงงานของลูกค้าในสมัย Net Generation จะมีผลให้เป็นแรงกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ สร้างเครื่องมือซึ่งสามารถส่งเสริมการใช้แรงงานในด้าน Mobile Social Network มากยิ่งขึ้น ประกอบอีกทั้งการขับเขยื้อนของแนวความคิด Ubiquitous network ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ก็ยิ่งทำให้แนวทางของอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือมุ่งสู่การผลิต Application ที่เกี่ยวเนื่องกับ Mobile Social Network อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็มีการคาดเดาจากกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research ว่า กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในอนาคตจะมีการใช้งานโทรศัพท์มือถือ ที่มีลักษณะ Global, Interactive แล้วก็ Dynamic เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอาจจะทำให้ตัวแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นที่เชื่อมโยงกับธุรกิจโทรศัพท์มือถือแปรไปอย่างเร็ว (รูปถัดไปแสดงการคาดเดาการใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลมีเดีย (Mobile Social Network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research)




รูปแสดง การคาดเดาการใช้แรงงานโทรศัพท์มือถือในลักษณะโซเชียลมีเดีย (Mobile Social network) ในตอนปี 2008-2013 ของกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า ABI Research จาก www.abiresearch.com 

           จากการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกในลักษณะโซเชียลมีเดียบนโลกอินเทอร์เน็ต ก็เลยทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี IP Multimedia Subsystem (IMS) รวมทั้ง Voice-over-IP เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อรองรับการให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกแบบผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรองรับการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายโทรศัพท์เขยื้อนแล้วก็โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่สามารถให้บริการ Multimedia ต่างๆได้จากโทรศัพท์มือถือ โดยอยู่บนฐานรากของการส่งข้อมูลบนโครงข่ายบนมาตรฐาน Internet Protocol (IP) ซึ่งสามารถใช้บริการการเชื่อมต่อผู้คนทั่วทั้งโลกด้วยค่าสำหรับบริการราคาไม่แพงที่พอๆกับการใช้บริการการติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต

           เทคโนโลยี IMS จะมีผลให้การให้บริการโทรศัพท์มือถือในอนาคตมีบริการที่นานาประการและก็ทรงอำนาจ อาทิเช่น บริการ Face-to-Face Communication (Presence), บริการกำหนดสถานที่ตั้งต่างๆ(Location Based Services) และก็  บริการโซเชียลมีเดียแบบเขยื้อน (Mobile Social Network) ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้บริการแบบ Real time ส่วนตัว เป็นการสร้างความพอใจให้กับผู้รับบริการเยอะขึ้น และก็ช่วยยกฐานะคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ อย่างเช่น บริการแสดงภาพเคลื่อนไหวขณะใช้งาน (Presence) ทำให้พวกเราสามารถแลเห็นเพื่อนพ้องหรือฝูงชนที่พวกเราต้องการจะติดต่อ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของโลก จุดหักเหที่สำคัญในอนาคตเป็นการให้บริการของโทรศัพท์มือถือซึ่งสามารถให้บริการ การสัมมนาทางโทรคำศัพท์แบบมองเห็นหน้า (Video conference) จากรอยต่อจุด (point to point ) ไปสู่การให้บริการหลายๆจุด (Multipoint) โดยการสัมมนาทางโทรคำศัพท์ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว จำต้องใช้บริการสะพานเชื่อมต่อของ IMS เพื่อจะเชื่อมต่อวิธีการทำ Video call จากหลายจุดเข้าด้วยกัน  โดยการเชื่อมต่อการสัมมนานั้น จะไม่มีปัญหาในด้านความไม่เหมือนของเครือข่ายและก็เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้สำหรับในการเชื่อมต่อ (Client device) อีกต่อไป และก็การเชื่อมต่อดังกล่าวมาแล้วข้างต้นก็จะกระทำการส่งผ่านเครือข่าย IP โดยเหตุนี้ ผู้รับบริการสามารถใช้บริการ Video conference ได้จากหลายเทคโนโลยีซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะ Mobile Broadband Internet นั่นเอง

           ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยี Voice-over-IP มีมานับตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของ Internet  แม้กระนั้นคุณภาพการใช้แรงงานไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะว่าในขั้นแรก Internet ยังมีความเร็วน้อยเกินไปต่อการให้บริการ Voice-over-IP ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำนวนมากจะเป็นการให้บริการฟรี แม้กระนั้นต่อไปก็มีการเปลี่ยนครั้งสำคัญขึ้นในส.ค. 2003 ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยรวม โน่นเป็นการเปิดตัวการให้บริการโทรศัพท์แบบ peer-to-peer (P2P) ของบริษัท Skype ซึ่งได้รับการยินยอมรับจากผู้รับบริการอย่างถล่มทลาย     การบรรลุเป้าหมายของ Skype มีเหตุมาจากการนำเสนอบริการ Voice-over-IP ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย รวมทั้งที่สำคัญเป็น “ความง่ายสำหรับการใช้งาน” โดยคนที่อยากใช้บริการสามารถ Download โปรแกรม Skype ขึ้นมาใช้งานได้ข้างใน 5 นาที โดยจำเป็นต้องจ่ายค่าใช้สอยเป็นจำนวนเงิน 10 ยูโร ฝากบัญชีแบงค์ แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มการใช้แรงงานได้ ซึ่งถ้าโทรหาคนที่ใช้ Skype เช่นกันก็ไม่ต้องเสียค่าบริการ หรือถ้าเกิดโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์ปกติก็เสียค่าบริการเพียงแค่ 0.0017 ยูโรต่อนาที แค่นั้น  ซึ่งขณะนั้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลายบริษัทก็ได้เริ่มให้บริการ Voice-over-IP เช่นกัน แม้กระนั้น  Skype ก็รีบปรับปรุงบริการของตนเองให้คืบหน้าขึ้นไปอีก แม้ว่าจะมิได้มีความหมายว่าบริการทั้งหมดทุกอย่างของ Skype นั้นจะดีงามไปหมดทั้งหมดทุกอย่าง โดยยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพของการให้บริการที่ยังคงเทียบไม่ได้กับโทรศัพท์บ้านหรือ โทรศัพท์มือถือ เนื่องจากถ้าหากว่าผู้ใช้มีการใช้งานโปรแกรมอื่นๆหรือ Download/upload ข้อมูลที่ได้มาจาก Internet ไปกับการใช้แรงงาน Skype ด้วยก็จะมีผลให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการดำเนินงานของ Skype ห่วยลง ซึ่งปัญหามีต้นเหตุจากโครงข่าย Internet ที่ด้อยประสิทธิภาพ  ซึ่งไม่สามารถที่จะค้ำประกันความเร็วสำหรับในการใช้งานได้  ในทางตรงกันข้ามเครือข่ายโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือใช้งานผ่านช่อง สัญญาณเฉพาะต่อการโทรศัพท์แต่ละครั้งนั้นจะมีคุณภาพที่สูงกว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมีการเพิ่ม Bandwidth ในระดับความเร็วถึง Mbps ปัญหาดังกล่าวมาแล้วข้างต้นก็คลี่คลายลง

           ต่อปัญหาที่ว่า Voice-over-IP จะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคมเช่นไรนั้น คำตอบน่าจะได้ผลสำเร็จกระทบต่อการให้บริการโทรศัพท์ฐานรากเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะ โทรศัพท์ทางไกลระหว่างชาติที่คิดค่าธรรมเนียมเหมือนกันกับโทรศัพท์ทางไกลภายในประเทศ ufabet และก็มีทิศทางในอนาคตที่เด่นชัดว่า Traffic ของโทรศัพท์ระหว่างชาติ จะวิ่งผ่านเครือข่าย IP ของโครงข่าย Mobile Broadband เป็นหลักเมื่อระบบเน็ตเวิร์กโทรศัพท์มือถือแปลงผ่านสู่ระบบ IP โดยบริบูรณ์ และก็สุดท้ายรายได้ (Revenue Model) ของ Operator โทรศัพท์ระหว่างชาติ จะแปรไปอยู่ในมือของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่มี International Gateway  ของตัวเอง กระทั่งทำให้ Operator ที่ไม่มีโครงข่าย Mobile ไม่สามารถที่จะหาเงินในแบบเดิมได้อีกต่อไป